ภรรยาไฮโซแจ้งความ ‘รอง หน.พรรค’ ลวงไปขืนใจ แฉผู้ก่อเหตุพูดเชิงโอ้อวดให้ยำเกรง

ทนายตั้มพาภรรยาไฮโซแจ้งความเอาผิด รอง หน.พรรคการเมืองใหญ่ หลังถูกลวงไปข่มขืนอีกราย

จากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ระบุถึงกรณีมีผู้เสียหายถูกรองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคใหญ่พรรคหนึ่งทำการลวนลามโดยไม่สมยอม โดยหลอกลวงว่าจะพาผู้เสียหายไปพูดคุยเรื่องเศรษฐศาสตร์ แต่กลับพูดคุยเรื่องเพศ เรื่องลามกอนาจาร รวมถึงก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับหญิงไทย อายุ 18 ปี 2 คน ในประเทศอังกฤษ โดยมีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 14 เมษายน ที่ สน.ลุมพินี นางซี (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ภรรยาของไฮโซรายหนึ่ง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พงศักดิ์ การรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุดังกล่าวเพิ่มเติม

นางซีเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อต้นปี 2564 โดยผู้ก่อเหตุได้นัดตนคุยเรื่องงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ผู้ก่อเหตุอ้างเป็นเจ้าของ ผู้ก่อเหตุบอกตนว่ามีออฟฟิศอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่เมื่อไปถึงกลับเป็นคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท 3 เมื่อตนเข้าไปก็ถูกผู้ก่อเหตุข่มขืน ซี่งตนมีน้ำหนักตัวเพียง 39 กิโลกรัม แม้จะพยายามขัดขืนไม่สามารถสู้แรงได้

นางซีกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งเสียน้องชายไปและเพิ่งเลิกรากับแฟนที่วางแผนจะแต่งงานกัน จึงอยากเริ่มอะไรใหม่ๆ ผู้ก่อเหตุก็เข้ามาหลอกล่อเรื่องธุรกิจ ให้ลองมาพูดคุยกัน โดยบอกว่าตนมีศักยภาพ สาเหตุที่ตนหลงเชื่อ เป็นเพราะได้พบกันในงานรวมตัวของนักธุรกิจ

นางซีกล่าวต่อว่า การที่ตนเปิดเผยตัวตนในวันนี้ เพื่อให้เหยื่อรายอื่นกล้าที่จะออกมา ช่วงแรกรู้สึกว่าตนเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำอะไรไม่ได้ แต่เมื่อทราบว่ายังมีผู้เสียหายอีกเยอะจึงต้องการออกมาพูด Popza24 และสามีตนก็สนับสนุน อย่างไรก็ตาม มองว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่สามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย หากผู้ก่อเหตุไม่มีเส้นสายตนก็คงไปแจ้งความตั้งแต่แรกแล้ว โดยหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุไม่มีการข่มขู่ แต่ได้พูดเชิงโอ้อวดให้ตนรู้สึกยำเกรง

ต่อมาเวลา 19.20 น. นายที (นามสมมุติ) คนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้เสียหายวัย 18 ปี จากโรงแรมที่เกิดเหตุมาส่งยัง สน.ลุมพินี เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพยาน

นายทีเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา พนักงานโรงแรมออกมาเรียกให้ตนเข้าไปรับผู้โดยสาร เมื่อผู้เสียหายขึ้นมาบนรถตนเห็นว่ามีอาการฟูมฟาย ร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะโทรศัพท์หาแม่ ซึ่งตนจับใจความการพูดคุยได้ว่า ผู้เสียหายมาที่โรงแรมเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดหลังจากถูกกระทำชำเรา ก่อนจะบอกกับตนอีกครั้งว่าขอเปลี่ยนจุดหมายมาเป็นที่ สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งความ อย่างไรก็ตาม การออกมาเป็นพยานของตนก็รู้สึกกลัว และเป็นห่วงความปลอดภัย แต่เนื่องจากสงสารผู้เสียหาย และตนเห็นว่าเป็นเพศแม่ จึงตัดสินใจออกมาให้ปากคำ

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*